นี่เป็นบทสนทนากับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งเล่นบอลที่สนามเดียวกันมาหลายปี
> > แต่เค้าติดเกณฑ์ทหารโดยถูกส่งลงไปประจำการที่ 3 จังหวัดชายแดน
> >
> > ข้างสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
> > อาทิตย์ 9 มีนาคม 2551 เวลา 16:30 น.
> >
> > T : อ้าว เฮ๊ย!!! ไอ้ N นี่หว่า เป็นไงมั่งล่ะมิง พ้นเกณฑ์ทหารรึยังเนี่ย
> > N : ยังเลยพี่ เพิ่งกลับจากใต้
> >
> > T: อ่าวเหรอ เป็นไงมั่งล่ะ ทางใต้
> > N: โหดดีพี่ ชุดผมรอดกลับมา 49 คน ไปกัน 100 คน ใส่โลงกลับมา 51 คน
> >

> > G: โอ๊วว สาดดด มึงรอดมาได้ไงวะเนี่ย ดวงดีสุด
> > N: เออพี่ ดวงล้วน ๆ เลย เป็นทหารเกณฑ์ไปใต้แล้วรอดกลับมาได้นี่ โดนระเบิดไปซะครึ่ง อีกครึ่งโดนยิง
> > ไอ้ที่กลับมาได้ 49 เนี่ย พิการไปอีกเป็น 10 นะพี่ โดยมากจะขาขาด
> >
> > T: อ่าวเฮ้ย... อะไรมันจะขนาดนั้นวะ ดูในข่าวก็เห็นเงียบ ๆ
ลงไปตั้งเยอะนี่
> > N: เงียบเชี่ยอะไรพี่ พวกผมลาดตระเวนยิงกับพวกแม่งเกือบทุกวัน
> > ผมรบในป่า มันไม่มีนักข่าวตามไปทำข่าวอะดิ
> > นักข่าวมันอยู่แต่ในเขตเมืองกะชานเมืองพี่
> >
> > B : อืม ๆ แล้วจะพ้นเกณฑ์เมื่อไหร่วะเนี่ย
> > N: อีกปีนึงพี่ ตอนนี้เค้าให้กลับมาสั่งเสียทางบ้าน ฮ่าๆ ๆ ๆ เดี๋ยวเดือนพฤษภาไปอีกรอบ
> >
> > G: ยังจะตลกได้นะมืง
> > N: โหยพี่... ปลงแล้ว ไปนี่ต้องไปแบบไม่คิดว่าจะรอด ไม่งั้นเครียด นี่เค้าให้กลับมาพักผ่อน แล้วก็ฝึกอีกหน่อย
> > เดี๋ยวก็ลงไปลุยกะพวกแม่งต่อ ตอนนี้ผมยิงไรเฟิลให้มันโค้งได้แล้วนะพี่ เจ๋งมะ
> >
> > B: แสรด... ไม่ใช่ลูกบอล จะได้ปั่นให้โค้งได้
> > N: เฮ๊ยย ได้จริง ๆพี่ เวลายิงต้องกะเวลาตอนที่กระสุนมันอยู่กลางลำกล้องแล้วส่ายปากกรอก
> > ยิงกลางคืนนี่โค้งเห็นๆ เลยพี่
> >
> > G: เออ เชื่อมึงก็ได้ แล้วหน่วยมึงใช้ปืนอะไรวะ อย่าบอกนะว่า HK
> > N: ไม่อ่ะพี่ หน่วยผมใช้ M16A2 หวังผลได้ประมาณ 100-200 เมตร ผมแม่นนะพี่
> > แต่อย่างว่า เวลาลุยกันจริง ๆ ไม่ได้เล็งหรอก รู้แต่ว่ายิง ๆ ยัด ๆไปแถว ๆ นั้นแหละ
> > ไม่มีใครโผล่หัวขึ้นไปเล็งศูนย์หรอก
> >
> > T : เอา RED DOT ไหม กูมี กูยกให้เลย
> > N: ไม่เอาอ่ะพี่ บอกแล้วว่าไม่ได้เล็ง
> >
> > B: แล้วในชุดลาดตระเวนของมืงมีพวก Minimi รึพวก Sniper ไปด้วยรึปล่าววะ
> > N: อ๋อ พวกMinimi จ่าเป็นคนถือ
> > ส่วนพวกSniper มันเดินแยกไปต่างหาก 2 คน ไม่ค่อยได้ยิงเท่าไหร่หรอกพวกนี้
> > โดยมากถ้าเจอก็แจ้งตำแหน่งกันเฉย
ๆ พวกผมเอา M16 เข้าลุยอย่างเดียวเลย
> > นี่เดือนหน้าจะได้ M4 มาใช้แล้ว พานท้ายแบบปรับได้ด้วยนะ
> >
> > T: แล้วกระสุนล่ะวะ เค้าให้กี่นัดอ่ะ
> > N: เท่าที่ขนไหวพี่ แต่พวกผมชอบเอาไปคนละ 5 แมก เผื่อไว้ก่อน
> > ยิงกันจริง ๆ ส่วนใหญ่ก็ 2-3 แมก
> >
> > G: แล้วระเบิดล่ะวะ
> > N: แรก ๆ ก็ 2
ลูก ตอนหลังมันบอกงบหมด เหลือคนละลูก
> >
> > T: เชี่ย งบเนี่ยนะหมด เห็นว่างบกลาโหมปีที่แล้วอย่างเยอะ
> > N: เออ
ไม่รู้เหมือนกันพี่ มีให้แค่ไหนก็ใช้แค่นั้นแหละ
> >
> > T: แล้วเสื้อเกราะกับหมวกล่ะ เห็นเค้ารับบริจาคกัน มีให้ใส่รึปล่าว
> > N: มีครับ แต่ผมไม่ค่อยใส่กันหรอก เอาตัวเบา ๆ วิ่งเร็ว
ๆไว้ก่อน
> > วิ่งช้าแล้วโดน AK ยิงนี่ เกราะไม่มีผลเลยพี่
> >
> > B: อ้าวมันกันไม่ได้เหรอวะ
> > N: แฉลบ ๆ น่ะได้พี่ ถ้าไปโดนตรง ๆ ก็ร่วงล่ะ
> > ใส่หมวกนี่หันซ้ายหันขวายาก มองยาก แล้วเวลายิงก็หนวกหูด้วย
> > มีเด็กพิษณุโลกคนนึงมันใส่ครบทุกอย่าง วิ่งช้า
> > โดนเข้าไปตรงต้นคอ เรียบร้อยครับ แบกกลับได้เลย
> > บางคนก็โดนทะลุหมวก หัวกระจาย
> >
> > B : ไม่โดด ๆ ๆ ๆ เอาวะ
> > T: แสรด ไม่ใช่ Counter strike
> >
> > G: เป็นไงล่ะมึง ก่อนลงไปล่ะเห็นเล่นจังเลย ไอ้ BATTLE FIELD
> > N: เจอเข้าเองเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ
> > ผมเคยเดินลาดตระเวนไปเจอมันฝึกกันอยู่เลยนะ
> > ไอ้พวกหัวหน้ามันน่ะ ทหารเก่าของเราทั้งนั้นแหละ
> > พวกรบพิเศษเลยด้วย มันปีนขึ้นต้นไม้เอาหัวทิ่มดินได้อ่ะ อย่างเทพ
> > มันฝึกเอาไว้ซุ่มรอเราอยู่บนต้นไม้ แต่ไม่มีปัญหาพี่ เอา M79 สอยเอา
> >
> > T: แล้วในมุมมองมึง มันจะสงบเมื่อไหร่วะเนี่ย
> > N: ล้างเผ่าพันธุ์สถานเดียวพี่ ไม่มีทางเลือกแล้ว
> > เลือกเอา จะยกให้มันรึจะ ฆ่าแม่งให้หมด
> > ออกลูกออกหลานกันยั้วเยี้ยเต็มพื้นที่แล้วพี่
ปราบไม่หมดหรอก
> > รอแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้ไฟเขียว ถ้าได้ไฟเขียวเราชนะหายห่วง
> >
> > แต่นี่พวกแม่งเช้า ๆ กรีดยาง สาย ๆ ฝึก ตกดึกออกมาล่อเราละ
> > มันมีเมียได้ 4
คน พวกนี้มันจะเอาลูกที่เกิดกับเมียคนแรกมาเรียนในกรุงเทพ
> > ให้เป็นมันสมอง ส่วนลูกที่เกิดกะเมียคนต่อๆ ไปนี่มันให้เข้าปอเนาะ
> > พออายุ13-14 แบกปืนไหวก็ต้องออกมารบกันแล้ว
> > แล้วมีกฎว่าเรายิงก่อนไม่ได้ด้วยนะพี่ ต้องรอมันยิง เราถึงจะสวนได้
> > แต่ก็ไม่มีใครเค้าสนกันหรอกพี่ เจอแล้ว คุ้น ๆ หน้า ผมใส่ก่อนล่ะ
> >
> > ยิ่งตอนนี้มันทะลึ่งไปฆ่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แล้วพวกป่าไม้เค้าถือคติ
> > ประมาณว่า ถ้ามาทำอะไรกับพวกป่าไม้ เหมือนทำร้ายพวกที่เหลือทั้งหมด
> > พวกที่เหลือ เค้าจะเอาคืนให้หนักกว่าเดิมหลายเท่า
> > ป่าไม้นี่อย่างโหดนะพี่ ยิงก่อนถามทีหลัง คว้านท้องแขวนไว้บนต้นไม้หน้าหมู่บ้านมันเลย
> >
แต่ผมว่าก็ดีนะ ปราม ๆเด็ก ๆ มันไว้มั่ง ไม่งั้นมันไม่กลัวหรอก
> > ถ้าจับเป็นแป๊บเดียวเดี๋ยวมันก็ออกมายิงพวกผมใหม่
> >
> > เด็กบางคนนะ มันโดนลูกหลงระเบิดพวกเดียวกันนั่นแหละ
> > ผมไปช่วยแบกมันวิ่งออกจากพื้นที่ ช่วยทำแผล
> > พอมันลุกได้ มันจะกลับบ้าน แม่งหันกลับมาชี้หน้าผม แล้วทำท่าเอามือปาดคอ
> > เพื่อนบางคนก็โดนทำท่า
เอาปืนเล็งใส่
> > แต่ไม่เป็นไร ผมจำหน้ามันได้ละ เดี๋ยวลงไปอีกรอบค่อยไปเก็บแม่ง
> >
> > G : เฮ่ย โหดว่ะ
> > N: ไม่โหดหรอกพี่ ไม่งั้นมันยิงพวกเราได้อีกเป็น 10
> >
> > G : เอาพระพุทธชินราชไหมวะ พี่มีนะ เดี๋ยวถอดให้เลย สร้อยทองไม่ให้นะเว๊ย ฮ่า ๆ ๆ ๆ
> > N: ไม่เอาอ่ะพี่ เก็บไว้เหอะ
> > คนที่มันจะตาย ผมเห็นแม่งห้อยทุกอย่าง ทั้งเกราะ ทั้งพระ กระจายหมดพี่
> >
> > B : แล้วมีสวัสดิการไหมวะ แบบค่าเสี่ยงภัยอะไรประมาณนี้
> > N : ไม่มีอ่ะพี่
ได้เงินเดือนธรรมดานี่แหละเค้าว่าไม่มีงบ
> > แต่มีประกันชีวิตให้นะ ถ้าตายห่าไปที่บ้านก็ได้แสนนึง
> >
> > ตำรวจดิพี่สบาย สวัสดิการเพียบ
> > รอทหารเคลียร์หมด
เข้าไปถ่ายรูปกะนักข่าวอย่างเดียวเลย แล้วก็กลับบ้านนั่งรอยศขึ้น
> > ถ้าไม่ทะลึ่งออกไปไหนดึกๆ คนเดียวไม่ตายหรอกพี่
> >
> > T: แล้วถ้าพ้นเกณฑ์มืงจะไปสอบเป็นพวกนายสิบอะไรรึปล่าววะ
> > N:
ไม่เอาอ่ะพี่ เงินเดือนพอๆ กะพนักงาน 7-eleven
> > ผมทำงาน 7-eleven ดีกว่า ไม่ต้องวิ่งหนีลูกปืนและระเบิด
> >
> > พอมันรู้ว่าเราโมฯรถให้กันแรงระเบิดได้ 5 กิโล พวกแม่งอัดดินมา 15 กิโลเฉย
> > วันนั้น Humvee ที่ผมนั่งพลิกเลยนะพี่
> > ดีนะ มันพลิกเฉย ๆ เลยยังพอยิงสวนได้ ไอ้พวกไปกะรถปิคอัพนี่ ลอยอย่างสูง
> > ผมเคยขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลัง แม่งลอยสูงจริงๆ พี่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ
> >

> > T : ตลกเหรอวะเนี่ย
> > N : แต่เดี๋ยวดูตอนพ้นเกณฑ์อีกทีพี่ คิดไว้เยอะไม่ได้
> > เดี๋ยวอีก 4-5 เดือนถ้าถ้าผมมาเตะบอลกะพวกพี่อีกรอบ ค่อยมาคุยกันเรื่อง
> > ผมจะทำมาหาแดกอะไรดีกว่า
> >
> > T: เออ ว่ะ ให้รอดเว๊ย
> > G : พระคุ้มครองนะมึง
> > N : ขอบคุณครับพี่
> >
> > B :เออ 5 โมงละ เตะบอลดีกว่า
> >
> >
> > นี่เป็นบทสนทนากับรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งเล่นบอลที่สนามเดียวกันมาหลายปี
> >
> > แต่เค้าติดเกณฑ์ทหารโดยถูกส่งลงไปประจำการที่ 3 จังหวัดชายแดน
> >
> > ไม่รู้จะแนะนำมันยังไง
ไม่รู้จะช่วยมันยังไง
> >
> > ได้แต่รับรู้และนำมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ชาวไทยคนอื่น
> >
> > ได้รับรู้ถึงชีวิตทหารเกณฑ์ที่จะถูกส่งไปลาดตระเวน
> >
> > ถูกส่งไปตายก่อนเมื่อเกิดเหตุ
> >
> >
> > ตอนคุยกับมันน่ะสนุกสนานครับ
> >
> > แต่ผมเชื่อว่า พอกลับบ้านไปแล้วมีเวลานอนคิด
> >
> > แต่ละคนที่ร่วมสนทนากับน้องเค้า คงต้องเกิดความรู้สึกอะไรในใจบ้างไม่มากก็น้อย
> >
> > จากเด็กธรรมดาที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน เล่นวินนิ่ง เล่นเกมเหมือนเด็กทั่วไป
> >
> > จีบสาว มีแฟน ต้องไปสู่พื้นที่ที่มีความขัดแย้งรุนแรง
> >
> > เศร้าว่ะครับ…--
> >
> >
> > ร่วมส่งกำลังใจให้เค้ากันครับ
> >
> > ยังไง ผมจะปริ๊นท์กระทู้นี้เอาไปให้น้องเค้าและเพื่อนๆ
ในหน่วยอ่าน
> >
> > ซึ่งไม่รุ้ว่ามันจะเวิร์คไหม อย่างน้อยให้เค้ารู้ว่า
> >
> > ถึงทีวีจะไม่ลงข่าวทหารเกณฑ์
> >
> > เวลาตายก็เป็นกรอบเล็กๆ อยู่ในหนังสือพิมพ์ที่ยอดขายไม่สูง
> >
> > แต่ยังมีคนไทยอีกหลายๆ คนได้รับรู้ถึงคนที่เสียสละที่แท้จริง
> >
> >
> > ขอบคุณครับ

 

 

..............................................

 

อยากให้สถานการณ์ภาคใต้บ้านเราสงบสักที...

 

edit @ 4 Jul 2008 23:48:51 by tivolio

ประเทศไทยปี 2553

posted on 25 Jun 2008 13:28 by tivolio

ปี   2553     จุดจบประเทศไทย ...... ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย
เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ ..... ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา ..... ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน

สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโค
ซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปั­­ญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง

เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ
ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ
ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น

แต่ต่อมาพอปี
2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง ! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์
และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ
อาเจะ และอีกหลายประเทศ ที่จะเกิดตามมา


ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ

คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก
4 - 6 ประเทศ แน่นอน !
ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิ­ญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553
ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์  
การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์
สินค้าเกษตรต่าง ๆ
จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล

ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออกเนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ

ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง
เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย
จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน
คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน
เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้

เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน
เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า
เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เนื่องจากในอีก
10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs
และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนให­่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้
วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย   รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญ­หาได้
เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว
ไฟฟ้าก็แพงขึ้น   น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เขาสามารถตั้งราคา   ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า
เขาจะไม่มีกำไร
ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น   ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ
ตัดโทรศัพท์
คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้

ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้

การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา  
คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ
ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว
เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้
เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ
Big C, Lotus,
Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ


ดังนั้น
  เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก   เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ...
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้
... รัฐจะอยู่ได้ฤา ?

4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย
เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553
คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย
การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น
จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร   ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย
ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปั­­าไปต่อสู้อยู่แล้ว   การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน

 

จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี   ตราด   ระยอง   ฉะเชิงเทรา   จะขอแยกตัวตามมา
เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว
เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ

เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ   การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก

นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ
Alaska จาก  Russia
ถ้าไทยต่อต้าน
เจอทหารต่างชาติแน่

 

เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?

ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี   และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2
เกือบทุกวันนั้น
ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ
ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์

บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน

รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง
อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ก่อนล่มจริง ... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด
รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ
ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย

แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า
เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างให­่อีกเพราะอะไร

เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน
100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาท
เพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี
โลตัสเหมือนกัน

นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3
ห้างดัง
ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น  

เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์   แล้วบางห้าง 86
ปอร์เซ็นต์
สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5
บาทก็ซื้อที่นี่
เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ

ถ้าซื้อจากห้าง
1,000 บาท   มันไหลไปต่างประเทศ 900 บาท ที่เหลือ 100 บาท

ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง
มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว
ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400
ห้าง? ทั่วประเทศ
คนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ 100
เปอร์เซ็นต์
เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร

ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้   ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง
เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน
ต่อปีน้อยสุด

ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน
และลูกฟัง
หัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ

ได้ผล ... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน ... วิธีคิดไปเลย ...
เปลี่ยนไปได้มาก
พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง

ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3
ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ
แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน
ราคาต่างกันลิบเลย
ผมก็อธิบายคำว่า  license ( ค่าลิขสิทธิ์ )
ให้ลูกฟัง

ผมบอกว่า
ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์
ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย
ไม่มีลิขสิทธิ
มันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน  

ขนมต่างชาติ ห่อสวย   แพง
เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ์
เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200
ปี
ผมสอนแบบนี้   ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย   ผมทำได้และได้ทำแล้ว

 

ไม่เติม esso, shell  และถ้าจะให้ดีร่วมมือกันไม่ซื้อมากกว่าที่จำเป็นต้องใช้ 
ถ้าทุกครั้งเราเคยเติม 1000 หรือเต็มถ้ง  คราวนี้เราจะไม่ยอมเติมมากกว่าจำเป็นที่จะใช้ 

วันนี้จะวิ่ง 30 กม. ก็เติม 4.5 ลิตรหรือ 200 บาท
จะวิ่งอีก 70 กม. ก็เติม 10 ลิตรหรือ 400 บาท
จะวิ่งอีก 100 กม. ก็เติม 14 ลิตรหรือ 500 บาท
อย่าเติมเยอะ  ไม่ต้องไปตุนเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้จะขึ้นราคา

คราวนี้สต็อกน้ำมันในคลังก็จะล้น เพราะปริมาณที่เคยขายทุกวันก็จะถูกเลื่อนให้ไปขายในอนาคต
แทนที่จะเป็นวันนี้  มันอยากขายก็ต้องลดราคาลงมา  ให้มันรู้ว่าไผคือไผ 
เคยมีคนศึกษากรณีไข่ไก่แพง และได้ลองทำล้กษณะนี้ได้ผลมาแล้ว
สั่งสอนให้บทเรียนมันหน่อย  เริ่มลงมือปฏิบัติการได้เลย

 

......................................................................

 

รายละเอียด :::

ใครดูรายการช่อง 7 ของคุณสัญา คุนากร
ได้คุยเรื่องน้ำมันในประเทศไทย ฟังเเล้วช๊อคจริงๆครับเพื่อนๆ
ทางคุณสัญาได้เชิญอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงานมาเล่าให้ฟัง
ซึ่งผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพลังงานในสมัยพลเอกเปรม
ได้ฟังท่านเล่าเเล้วผมขนลุก...ครับ
ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าเมืองไทยไม่สามารถผลิตนำมันได้เองต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ซึ่งท่านบอกว่าเมืองไทยมีกำลังผลิตได้ 1,000,000 บาร์เรล/วัน(ปตท.)
เเละเมืองไทยใช้น้ำมันวันละ 700,000 บาเรล/วัน
เเละเมืองไทยส่งออกน้ำมันประมาณ 100,000 บาเรล/วัน

 

ฟังเเล้วเพื่อนคิดยังงัยครับ
เเละที่เเย่กว่านั้น..น้ำมันที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศราคาถูกกว่าที่ขายในเมืองไทยหลายบาทถ้าเทียบต่อลิตร
ตอนนี้มาเลเซียใช้น้ำมันเบนซินเเละดีเซลประมาณลิตรละ 20 บาทต้นๆ
ท่านบอกว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำมันราคาเเพง เพราะว่าอธิบดีหรือผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพลังงาน
ถือหุ้นบริษัทโรงกลั่น ทำให้ไม่มีการเข้ามาจัดการเเละดูเเล
ราคาที่ปรับขึ้นทีละ .50 บาทเป็นการขึ้นจากโรงกลั่นซึ่งราคาที่ปรับขึ้นไม่ได้มาจาก cost ต้นทุน
เเต่ป็นราคาที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ โดยอ้างอิงจากตลาดที่ผันผวนมากที่สุด
ในที่นี้ท่านยกตัวอย่างตลาดสิงคโปร์ เเต่จริงๆเราซื้อจากตะวันออกกลาง

เเละอีกอย่างที่น่าตกใจ ท่านบอกว่าในประเทศไทยมี stock น้ำมัน 2 เดือนเเละหมุนเวียนอย่างนี้เรื่อยๆ
พอเวลากระทรวงปรับน้ำขึ้นพวกพ่อค้าเอาน้ำมันใน stock มาปรับขึ้นด้วย
คิดดูเอาเองว่าเป็นเงินเท่าไหร่ ????

ไทยใช้ 700000 บาเรล/วัน ฦ
2 เดือนกี่ลิตร ลิตรละ .50 บาท ลองคูณดู
บริษัทที่ได้กำไรเยอะมากคือ ปตท เพราะมีโรงกลั่น 5 โรง อีก 2 โรงเป็นของเอกชน
รวมในประเทศไทยมีโรงกลั่น 7 โรง เป็นของ ปตท 5 โรง
เเล้วท่านสรุปกำไรของปตทในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณปี 2540-2544 ปตท
กำไรปีละ 22,000 ล้านบาทครับ  ฟังเเล้วเป็นงัยครับพี่น้อง...
กำไรเท่ากับงบประมาณ 1 กรมเลยทีเดียว

เเละที่สุดยอดกว่านั้น ปี 2545-2550 ปตทกำไรเพิ่มเป็น 50,000ล้านบาท/ปี
เเละที่สุดๆ คือ ในปี 2548 กำไร 195,000 ล้านบาท
ฟังเเล้วอยากให้ลูกทำงานบริษัท ปตท มั้ยครับเพื่อนๆ

กำไรดังกล่าวมาจากอะไรลองคิดดูครับ

ประชาชนตาดำๆอย่างเราเสียค่าน้ำมันลิตรละ 36 บาท
ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนๆ น้ำมันขึ้น 3 บาท รัฐมนตรี นายก ต้องก้นร้อนเเล้ว
เเล้วรัฐบาลนี้ล่ะ..ตอนนี้ขึ้นไปกี่บาทเเล้ว เพื่อนๆลองคิดดูเเล้วกัน

ถ้า ปตท ลดกำไรลงเท่ากับ 20,000 ล้านบาท/ปี
เเค่นี้เราก็ใช้นำมันลิตร 20 บาทเเล้วครับ
(นี่เเหละเหตุผลที่ไม่อยากให้เเปรรูปอุตสาหกรรมพวกนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน)

 

นี่คือเหตุผลว่าทำไมพนักงานการไฟฟ้าถึงได้ประท้วงเวลามีการเเปรรูป
เพราะมันจะเป็นเหมือนน้ำมัน ซึ่งพอเข้าตลาดหุ้นจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามมา
อธิบดี รัฐมนตรี เมียอธิบดี เมียรัฐมนตรี ถือหุ้นโรงกลั่น
ทำให้ไอ้พวกนี้ไม่เข้าไปดูเเลเเละจัดการอย่างจริงจัง
ทำให้น้ำมันเเตะลิตรละ 40 บาทเเล้ว ณ ปัจจุบัน

มาร่วมมือกันดีไหม...
ด้วยการไม่เติม esso, shell (ทำไมต้องแค่สองแบรนด์นี้ เอาให้หมดเลย)
และถ้าจะให้ดีกว่านี้..เราต้องร่วมมือกันไม่ซื้อมากกว่าที่จำเป็นต้องใช้
ถ้าทุกครั้งเราเคยเติม 1000 บาทหรือเต็มถ้ง.. คราวนี้เราจะไม่เติมมากกว่าที่เราจำเป็นต้องใช้

ตัวอย่างเช่น วันนี้จะวิ่ง 30 กม. เราก็เติม 4.5 ลิตรหรือ 200 บาท
จะวิ่งอีก 70 กม. เราก็เติม 10 ลิตรหรือ 400 บาท
จะวิ่งอีก 100 กม. เราก็เติม 14 ลิตรหรือ 500 บาท

อย่าเติมเยอะ...
ไม่ต้องไปตุนเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้จะขึ้นราคา

คราวนี้สต็อกน้ำมันในคลังก็จะล้น
เพราะปริมาณที่เคยขายทุกวันก็จะถูกเลื่อนให้ต้องเก็บไปขายในอนาคต
ถ้ามันยังอยากขายก็ต้องลดราคาลงมา ให้มันรู้ว่าไผเป็นไผ

เคยมีคนศึกษากรณีไข่ไก่แพง และได้ลองทำล้กษณะนี้ได้ผลมาแล้ว
สั่งสอนให้บทเรียนมันหน่อย เริ่มลงมือปฏิบัติการได้เลย
ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย ขอเพียงช่วยกันกระจายข่าวไปให้มากที่สุด

สามัคคีคือพลัง...
ส่งมาให้อ่านกันเพราะอยากให้ราคาน้ำมันลดลงจริงๆ
พวกเราโดนโอเปครวมหัวขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ก็น่าจะมีมาตรการที่จะต่อสู้ ตอบโต้กลับไปบ้าง

ข้อเสนอนี้ก็น่าจะเป็นข้อเสนอหนึ่งที่ถ้าร่วมกันทำจริงๆ ก็น่าจะแสดงอะไรออกมาได้บ้าง